หมู่เกาะพีพี

หมู่เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งอยู่ในบริเวณทะเลอันดามันด้านภาคใต้ของไทย หมู่เกาะพีพีเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานทำให้มีความสวยงามและลักษณะทางธรรมชาติอย่างมากอีกทั้งยังอุดมไปด้วยปะการัง กัลปังหา หมู่เกาะมีเนื้อที่ราว 389 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเอกลักษณ์ทางธรรมชาติคือภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้น ๆ ถ้ำที่สวยงาม ตลอดจนชายหาดยาวสะอาด รวมถึง สุสานหอยที่มีอายุนานนับล้านปี เกาะพีพีในอดีตเชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่เคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อนในยุคดึกดำบรรพ์ราวปี 80 ล้านปี ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวยกตัวสูงขึ้นกลายเป็นเกาะกลางทะเลซึ่งเป็นภูเขาหิน ผาหินปูนโบราณรวมถึงพื้นที่บริเวณเกาะนั้นเต็มไปด้วยซากฟอสซิลหอยโบราณที่มีอายุราว 75 ล้านปี อยู่บริเวณริมฝั่งทางตะวันตกของเกาะทอดยาวไปประมาณ 1 กิโลเมตร จึงทุกเรียกว่า สุสานหอย บนเกาะพีพียังมีพื้นที่ป่าดิบชื้นและป่าชายเลน รวมถึงป่าพรุที่มีต้นไม้นานาพรรณที่พบเป็นจำนวนมาก เช่น ไม้ตะเคียน ยาง สน จันทร์ผา ตะแบก อินทนิล เสม็ด พะยอม แดง โกงกาง แสม ตะบูน ถั่วดำ ถั่วขาว เป็นต้น สัตว์ป่า ประกอบด้วย กระรอก หมูป่า กระจง เก้ง เลียงผา ลิง ค่าง …

เกาะ Bora Bora เกาะที่สวยงามแห่งแปซิฟิกตอนใต้

เกาะ Bora Bora (บอรา บอรา) เป็นเกาะแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของโลกตั้งอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ และเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะโซเซเอตี เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มากนักโดยมีเนื้อที่ประมาณ 29.3 ล้านตารางกิโลเมตร เกาะบอรา บอรา เป็นที่อยู่ในเขตการปกครองของฝรั่งเศส/เฟรนซ์โพลินีซเซีย เกาะแห่งนี้เป็นเกาะโบราณอยู่ในเขตร้อนและเป็นเกาะที่มีภูเขาไฟเก่าหลายลูก ซึ่งเนื้อที่ของเกาะเต็มไปด้วยปะการังที่สมบูรณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะนี้ เกาะบอรา บอรา นั้นถือว่าเป็นเกาะที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของโลก ชายหาดภายในเกาะที่มีน้ำทะเลสีสวยงาม ใสสะอาด ร่วมทั้งมีที่พักที่รองรับนักท่องเที่ยวบนเกาะ ความสวยงามของธรรมชาติ ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ของเกาะซึ่งยังคงดูแลทางการเฟรนซ์โพลินีซเซีย ซึ่งบนเกาะยังมีเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 8,000 คนบนเกาะ ซึ่งที่พักบางแห่งนั้น ตั้งยื่นออกจากตัวเกาะเนื่องจากบางแห่งที่ส่วนแหลมที่ยื่นออกจากเกาะและต้องเดินทางเข้าไปด้วยเรือเท่านั้น นับว่าเป็นเกาะแห่งหนึ่งของโลกที่มีความสวยงามอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของเกาะอีกทั้งเกาะยังมีความสะอาด น้ำใสสีฟ้าครามสวยงามมาก ซึ่งบนเกาะนั้นมีเมืองท่าเรือชื่อว่า Vaitape ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของที่นี่และเป็นศูนย์กลางของเกาะด้วยครับ มีตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เช่ารถ และมากมาย ซึ่งเปรียบเสมือนสวรรค์แห่งแปซิฟิกใต้ เหมือนกับหมู่เกาะมัลดีฟ์ นอกจากนี้บางจุดของเกาะยังถูกใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Jurassic World ด้วย

เกาะอาโอกะ เกาะภูเขาไฟโบราณ

เกาะอาโอกะ เป็นเกาะแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนเดินทางไปท่องเที่ยวบนเกาะแห่งนั้น เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะอิซุ ห่างจากโตเกียวไปทางใต้ราว 358 กิโลเมตร เกาะอาโอกะเป็นเกาะโบราณที่ในอดีตเกิดจากภูเขาไฟโบราณซึ่งปะทุมานานนับล้านปีแล้ว ซึ่งในปัจจุบันภูเขาไฟดังกล่าวได้สงบลงแล้วแต่ยังไม่ดับสนิท และอีกทั้งเกาะแห่งนี้ยังมีภูเขาไฟภายในอีกลูกหนึ่ง หรือ เรียกว่า เกาะภูเขาไฟซ้อนภูเขาไฟ ภายในเกาะอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮาเกะเน อิซุ เกาะอาโอกะมีพื้นที่ราวๆ 1.5 กิโลเมตร บนเกาะมีปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และภายใต้ปากปล่องยังมีภูเขาไฟขนาดเล็กตั้งอยู่ในนั้นด้วย บนเกาะแห่งนี้ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีบันทึกว่าเกิดภูเขาไฟระเบิดบนเกาะราว 3,000 ปีก่อน เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ทำให้เถ้าถ่านปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะ นอกจากนี้มีบันทึกว่าเกิดการระเบิดอีกครั้งในสมัยเอโดะ ประมาณปี 1652 ซึ่งในตอนนั้นผู้คนบนเกาะอพยพออกจากเกาะ ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุครั้งสุดท้ายราวปี 1785 – 1786 ทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นเกาะร้างร่างผู้คนเนื่องจากพื้นที่เต็มไปด้วยหินและเถ้าถ่าน ต่อมาเกาะแห่งนี้ถูกฟื้นฟูและเริ่มมีต้นไม้ขึ้นบนเกาะ ทำให้ประชาชนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอีกครั้งในปี 1824 เกาะแห่งนี้มีเรื่องเล่าและความเชื่อเนื่องจากในอดีตเคยปะทุและจมหายไป ต่อมาเกิดเป็นเกาะขึ้นใหม่อีกครั้งทำให้มีความเชื่อว่าหากชาย-หญิงอาศัยร่วมกันบนเกาะจะถูกเทพเจ้าลงโทษ ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งมีกฎห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้นบนเกาะเลย

Ilha da Queimada Grande เกาะที่อันตรายที่สุดในโลก

Ilha da Queimada Grande หรือ อิลยาดาเกย์มาดากรังจี เป็นเกาะแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ เป็นเกาะเขตร้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างมาก แต่เกาะแห่งนี้ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่รวมถึงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และมันถูกขนานนามว่าเป็นเกาะที่อันตรายที่สุดในโลก เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่นอกชายฝั่งรัฐเซาเปาลู ประเทศบราซิล  แม้ว่าจะเป็นเกาะที่ดูจะอุดมสมบูรณ์แต่เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยงูนานาชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงูพิษทั้งสิ้น ด้วยความที่เป็นเกาะงูพิษ งูเหล่านี้ไม่สามารถกระจายออกจากเกาะได้จึงทำให้บนเกาะเต็มไปด้วยงูพิษกว่า 5,000 ตัวและงูพิษกว่า 150 สายพันธุ์ กว่าครึ่งหนึ่งเป็นงูพิษที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดบนโลก ซึ่งบนเกาะก็มีงูพิษที่ชื่อว่า โกลเดนแลนซ์เฮด เป็นงูพิษสายพันธุ์ย่อยจากวงศ์ตระกูลงูหางกระดิ่ง ซึ่งมีปริมาณพิษที่รุนแรงมาก พิษรุนแรงกว่างูพิษบนแผ่นดินใหญ่ถึง 5 เท่า อาศัยอยู่หนาแน่บนเกาะแห่งนี้ ด้วยเกาะที่เต็มไปด้วยงูพิษร้ายแรงนานาชนิด ทำให้ทางรัฐบาลของบราซิลมีการประกาศห้ามให้ผู้คนขึ้นไปบนเกาะดังกล่าวเนื่องจากเต็มไปด้วยความอันตรายอย่างมาก จนทำให้เกาะแห่งนี้ถูกบันทึกให้เป็นเกาะที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งผู้คนมักจะเรียกเกาะนี้สั้นๆว่า เกาะงูคลั่ง สาเหตุที่เกาะแห่งนี้มีงูพิษจำนวนมาก สันนิฐานว่าเมื่ออดีตพื้นที่บนเกาะมีแผ่นดินเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ทำให้มีงูจำนวนมากอพยพ จนกระทั่งน้ำทะเลสูงขึ้นและท่วมพื้นที่เชื่อมทำให้งูเหล่านี้ถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่

เกาะสุมาตรา ความหลากหลายทางภูมิประเทศ

   เกาะสุมาตราเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลกมีเนื้อที่ราว 470,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะสุมาตรานั้นเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบนเกาะแห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นและมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของประชากร เกาะแห่งนี้นอกจากมีประชากรหนาแน่นแล้วเกาะแห่งนี้ยังเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ เกาะแห่งนี้เป็นเกาะใหญ่ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกซึ่งมักจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม 2004 ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ก่อเกิดคลื่นสึนามิพัดถล่มทางตอนเหนือของเกาะทำให้ประชากรกว่า 1 แสนคนเสียชีวิต โดยเกาะสุมาตรานั้นส่วนใหญ่จะมีภูมิประเทศเป็นป่าสลับภูเขา รวมถึงมีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทอยู่มากมาย ซึ่งในอดีตเกาะแห่งนี้เคยเป็นป่าฝนเขตร้อน เช่นเดียวบนเกาะบอร์เนียว ตั้งด้วยเศรษฐกิจและการรุกล้ำของมนุษย์ทำให้พื้นที่ป่าบนเกาะลดน้อยลงมาก บนเกาะสุมาตรายังเป็นที่ตั้งของทะเลสาบขนาดใหญ่ชื่อว่า ทะเลสาบโทบา มีเนื้อที่ประมาณ 1,130 ตารางกิโลเมตร มีน้ำลึกประมาณ 200 เมตรลึกที่สุดอยู่ที่ 505 เมตร ซึ่งในอดีตเป็นมหาภูเขาไฟยักษ์ซึ่งเคยระเบิดมาแล้วเมื่อประมาณ 7 หมื่นปีก่อน ในปัจจุบันโทบาได้ดับสนิทแล้วทำให้ปากปล่องจากการระเบิดคราวนั้นซึ่งเป็นหลุมลึก ฝนได้ตกลงมาและสะสมกันจนไปทะเลสาบในที่สุดและยังมีน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศอินโดนีเซียอย่าง น้ำตก ซิปริโซปริโซ่ มีความสูงประมาณ 120 เมตร ตั้งในเขต Tanah Karoของเกาะสุมาตราซึ่งน้ำตกแห่งนี้มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ซึ่งน้ำจากน้ำตกดังกล่าวนั้นก็ไหลลงสู่ทะเลสาบโทบาด้วยเช่นกัน

เกาะกรีนแลนด์

   กรีนแลนด์ เป็นดินแดนทางตอนเหนือสุดของโลกตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและมหาสมุทรอาร์กติก เกาะกรีนแลนด์ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีเนื้อที่ประมาณ 2,166,086 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีเนื้อที่ใหญ่กว่าประเทศไทยเสียอีก เกาะกรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 เกาะกรีนแลนด์ถือว่าเป็นดินแดนที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งในปริมาณมากกว่า 85 % และมีแผ่นน้ำแข็งแผ่กว้างออกจากฝั่งอีกประมาณ 3 กิโลเมตร คิดเป็น 10 % ของพื้นที่ทั้งหมด กรีนแลนด์มีภูมิอากาศไม่เหมือนกับไอซแลนด์ เนื่องจากกรีนแลนด์ไม่ได้ตั้งอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกโลกและมีภูเขาไฟ ทำให้ภูมิประเทศในกรีนแลนด์หนาวเย็นอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับกรีนแลนด์ตั้งอยู่ในเขตกระแสน้ำเย็นตลอดปีซึ่งมีแผ่นน้ำแข็งที่มีความกว้างกินเนื้อที่ 1,833,900 ตารางกิโลเมตร เท่ากับ พื้นที่ทั้งหมด 85 เปอร์เซ็นของพื้นที่ทั้งหมดของกรีนแลนด์ซึ่งแม้ว่ากรีนแลนด์จะมีน้ำแข็งปกคลุมแต่ก็ถือว่าเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำจืดขนาดใหญ่คิดเป็นราวๆ 10% ของน้ำจืดทั้งหมดบนโลก พืชพรรณบนเกาะกรีนแลนด์ส่วนใหญ่จะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กและหญ้าโดยจะไม่มีต้นไม้ขนาดใหญ่เลย เนื่องจากภูมิอากาศที่เย็นเกินไป กรีนแลนด์ไม่ใช่เกาะร้าง ดังนั้นบนเกาะก็มีมนุษย์อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทางใต้ของเกาะ โดยมีประชากรเพียง 50,000 คนโดยประมาณกระจายตามเมืองเล็กๆต่างๆทางตอนใต้ โดยกิจกรรมส่วนใหญ่ของชาวเมืองบนเกาะนั้นก็คือ การชมธารน้ำแข็งและการแข่งสนัขลากเลื่อนประจำปี และถือว่าเกาะกรีนแลนด์นี้มีความสวยงามมากในช่วงฤดูร้อนทั้งท้องทุ่งและทุ่งน้ำแข็งสวยงามตระกาลตาเป็นเกาะที่แห่งหนึ่งที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวเยี่ยมชมธรรมชาติอย่างมาก

ไอซแลนด์เกาะแห่งอาทิตย์เที่ยงคืน

   เกาะไอซแลนด์ เป็นที่ตั้งของประเทศไอซแลนด์ เป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือใกล้กับเกาะกรีนแลนด์ เกาะไอซแลนด์นั้นเป็นเกาะขนาดเล็กมีพื้นที่เพียง 102,775 ตารางกิโลเมตรและมีประชากรประมาณ 3 แสนคนอาศัยอยู่ ไอซแลนด์นั้นถือว่าเป็นประเทศที่สงบที่สุดในโลก เมื่อปี 2008 ส่วนของบริเวณเกาะนั้นตั้งอยู่ในเขตอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นส่วนหนึ่งของทวีปยุโรปตอนเหนือโดยห่างจากฝั่งแผ่นดินใหญ่ของนอร์เวย์ประมาณ 970 กิโลเมตร ระยะทางใกล้ที่สุดจากเกาะนั้นคือ 287 กิโลเมตรถึงเกาะกรีนแลนด์ เกาะไอซแลนด์ประกอบด้วยน้ำแข็ง และพืชบางชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีมีเพียง 23 % เท่านั้น แม้ว่าเกาะไอซแลนด์จะเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตหนาวแต่ก็มีความอบอุ่นเนื่องจากว่า หลักฐานทางธรณีวิทยาบ่งชี้ว่าเกาะไอซแลนด์นั้นเป็นเกาะเกิดใหม่คาดว่าถือกำเนิดขึ้นราวๆ 15-20 ล้านปีก่อนจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดและเกิดเกาะใหม่ขึ้น โดยไอซแลนด์นั้นตั้งอยู่บนจุดร้อนของสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งเป็นจุดที่แผ่นเปลือกสองแผ่นพอดี จึงทำให้บนเกาะมีภูเขาไฟมากมายรวมถึงน้ำพุร้อนหลายจุด ซึ่งประเทศไอซแลนด์นั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่สะอาดที่สุดเนื่องจากรัฐบาลได้ใช้พลังงานความร้อนใต้โลกมีใช้เป็นพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในเมือง แม้ว่าเกาะไอซแลนด์ที่ตั้งอยู่บนเขตหนาว แต่ก็ความรับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมรวมถึงความร้อนใต้พื้นดิน ทำให้มีอากาศที่อบอุ่นในฤดูร้อนซึ่งมีอุณภูมิเฉลี่ยที่ 20-26 องศาเท่านั้น และในฤดูหนาวอุณภูมิอยู่ที่ 0 ถึง – 2 องศา และในบริเวณพื้นที่สูงอากาศจะหนาวจัดที่ -30 องศา จุดเด่นของไอซแลนด์คือปรากฏการณ์อาทิตย์เที่ยงคืน ซึ่งเป็นปกติของประเทศแถบขั้วโลก

ความหลากหลายบนเกาะมาดากัสการ์ตอนที่ 2

  กิ้งก่าคามีเลียน กิ้งก่าชนิดนี้กว่าครึ่งสายพันธุ์นั้นพบได้บนเกาะมาดากัสการ์ เป็นกิ้งก่าที่มีความสวยงามแปลกตาเป็นพิเศษ กิ้งก่าคามีเลียนนี้มีลักษณะเป็นจุดเด่นคือ สีผิวของมันที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลมีลักษณะสวยงามตรงส่วนหางที่หมุนเป็นเกลียวสวยงาม ซึ่งบนเกาะมาดากัสการ์เราสามารถพบกิ้งก่าชนิดนี้ได้ทั่วไป กบมะเขือเทศ กบที่มีลักษณะสีแดงอมส้ม บางตัวสีแดงสดเหมือนกับมะเขือเทศ สามารถพบกบมะเขือเทศได้ตามแหล่งน้ำบนเกาะ กบชนิดนี้ถือว่าเป็นสัตว์ไม่มีพิษ และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์โดยอาหารหลักของมันคือแมลงรอบๆริมน้ำ ชนเผ่ามาลากาซี เป็นชนพื้นเมืองบนเกาะมาดากัสการ์ คาดว่าชาวมาลากาซีนี้อพยพมาตั้งถิ่นฐานจากอินโดนีเซีย เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ปัจจุบันชาวมาลากาซีเชื้อสายแท้จริงนั้นมีอยู่น้อยมากแล้ว ส่วนใหญ่แล้วชาวมาลากาซีจะมีเชื้อสายลูกครึ่งส่วนใหญ่ โดยคาดการณ์ว่าชาวมาลากาซีส่วนใหญ่นั้นจะมีวัฒธรรมและการทำเกษตรคล้ายกับชาวอินโดนีเซียบนเกาะบอร์เนียว ภูมิประเทศบนเกาะ มาดากัสการ์มีความหลายหลายของภูมิประเทศมาก โดยมีภูเขาสูงชันสลับกับป่าเขตร้อน รวมไปถึงชายหาดที่สวยงามของเกาะ ซึ่งบางชายหาดจะเห็นต้นไม้น้ำแปลกตากมากมาย โดยชายหาดที่นักท่องเที่ยวมักนิยมมาพักผ่อนริมชายหาด ซึ่งน้ำทะเลมีความใสมากและหาดทราบที่ขาวสะอาด อีกทั้งลักษณะทางกายภาพของผาหินที่ไม่ต่างจากอยู่ล้านปีของเกาะเลย โดยช่วงเวลาของการท่องเที่ยวบนเกาะมาดากัสการ์นั้นคือ เดือนพฤษภาคม ซึ่งหลังจากนั้นก็จะเป็นช่วงมรสุมอาจประสบกับพายุไซโคลนได้ มาดากัสการ์ถือว่าเป็นสถานที่น่าดูชมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ความหลากหลายบนเกาะมาดากัสการ์ตอนที่ 1

    เกาะมาดากัสการ์นั้นมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลายมากในแต่ละพื้นที่นั้น ถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆเช่น บางพื้นที่แห้งแล้ง บางพื้นที่เป็นป่าฝนเขตร้อน ซึ่งป่าไม้และพรรณไม้เหล่านี้บนเกาะนั้นมีความหลากหลายทางชีววิทยาอย่างมาก ซึ่งสภาพของเกาะนั้นยังคงรูปแบบเดิมที่เหมือนเมื่อสมัย 70 ล้านปีก่อน ซึ่งองค์ประกอบทางชีววิทยานี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความแปลกทางพืชพรรณมากมายนับตั้งแต่เกาะอยู่แยกออกมา ความหลากหลายบนเกาะมาดากัสการ์ไม่ว่าจะเป็นพืชพรรณ สัตว์ป่า ที่ถือว่าเป็นแหล่งที่ไม่เหมือนที่ใดบนโลกทำให้เกาะมาดากัสการ์บนเกาะหนึ่งบนโลกที่ยังความอุดมสมบูรณ์ทั้งสัตว์ป่าตลอดจนภูมิประเทศที่มีความแปลกใหม่และสมบูรณ์มากที่สุดของโลก ด้วยเหตุนี้จึงมีการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้เพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าบนเกาะนี้ ซึ่งความหลากหลายบนเกาะนั้นไม่เหมือนที่ใดในโลก อย่างเช่น ต้นเบาบับ ต้นไม้ขนาดใหญ่รูปร่างแปลกๆ ซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดเดียวที่พบได้บนเกาะมาดากัสการ์แห่งนี้ ต้นเบาบับนี้มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 25 เมตรลำต้นอวบหนาซึ่งเก็บน้ำไว้ในหน้าแล้ง ส่วนใบนั้นชาวเมืองบนเกาะจะนำใบมารับประทานซึ่งเชื่อว่าเป็นสมุนไพรทำให้อายุยืน ต้นเบาบับบางสายพันธุ์พบได้ในออสเตรเลียด้วย ลีเมอร์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะเหมือนกับหมีผสมลิงหากคุ้นเคยกันดีในหนังเรื่อง มาดากัสการ์ สัตว์ชนิดนี้จัดอยู่ในเลี้ยงจำพวกลิงมีมากมายหลายสายพันธุ์บนเกาะนี้ ปกติลีเมอร์จะมีนิสัยไม่ซุกซนเมื่อเทียบกับลิงทั่วไป ซึ่งมีการจัดทัวร์ชมลีเมอร์บนเกาะด้วย

มาดากัสการ์ เกาะที่อุดมสมบูรณ์

  เกาะมาดากัสการ์ เป็นเกาะสวรรค์ของเหล่าสัตว์ป่าในบริเวณนั้น ซึ่งเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์โดยเกาะแห่งนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยมากว่าล้านปีแล้ว เกาะมาดากัสการ์ เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มีเนื้อที่ราวๆ 587,713 ตารางกิโลเมตร หากเปรียบเทียบแล้วเกาะมาร์ดากัสกามีขนาดใหญ่พอๆกับประเทศสเปนเลยทีเดียว เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณมหาสมุทรอินเดียตั้งอยู่แถบ ช่องแคบโมซัมบิกคั่นระหว่างเกาะกับฝั่งทวีปแอฟริกาห่างกันประมาณ 300 ไมล์ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เกาะมาร์ดากัสการ์ถือกำเนิดขึ้นราว 180 ล้านปีก่อนโดยในช่วงนั้นเกาะมาดากัสการ์ยังเชื่อมอยู่กับแผ่นดินใหญ่อยู่ จนกระทั่งราว 140 ล้านปีก่อนเกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่แยกแผ่นดินใหญ่ออกจากกัน ซึ่งทำให้มีน้ำทะเลเข้าท่วมตามรอยแยกซึ่งกระบวนนี้เกิดเป็นเวลาหลายล้านปี จนกระทั่งน้ำทะเลได้ท่วมรอยแยกทั้งหมดทำให้เกิดเกาะมาดากัสการ์ซึ่งคาดว่ากำเนิดในช่วง 70 ล้านปีก่อน โดยเกาะนี้แยกตัวออกมาจากทวีปแอฟริกาในปัจจุบัน เกาะมาดากัสการ์นั้นถือว่าเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์มาก เนื่องจากในบริเวณเกาะนั้นยังคงสภาพเหมือนกับเมื่อราว 70 ล้านปีก่อน ซึ่งที่มาของชื่อเกาะนั้นมาจากภาษาของชนพื้นเมืองแปลว่า ดินแดนแห่งบรรพบุรุษ ซึ่งตามความเชื่อของชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะเชื่อว่า เมื่อตายไปแล้ววิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตจะยังคงปกป้องสิ่งที่ชีวิตที่เหลือบนเกาะแห่งนี้  เกาะมาดากัสการ์มีภูมิประเทศที่แตกต่างกันมากบางพื้นที่มีลักษณะแห้งแล้ง และบางพื้นที่มีฝนตกและเป็นป่าฝนเขตร้อนรวมถึงมีพืชพรรณสัตว์ป่าที่หลากหลาย